ฮ่องกงเป็นเมืองหนึ่งที่เราอยากไปมาตั้งแต่เด็ก เราจำได้ว่าตอนนั้นอายุ 7 ขวบ แม่เราไปเที่ยวฮ่องกงกับน้า ๆ แล้วเราไม่ได้ไปด้วย เราไปส่งแม่ที่สนามบิน เราจำได้ว่าเราร้องไห้ที่ต้องแยกกับแม่ครั้งแรก
จนในช่วงที่เราฝึกงานสหกิจเสร็จแล้ว เราได้เงินเดือนมาก้อนหนึ่ง เราเป็นคนที่ว่าเก็บเงินไม่อยู่แบบมาก ๆ (กอไก่ล้านตัว) เห็นเงินแล้วมันต้องใช้ เราเลยคิดอะไรไม่รู้อยู่ในหัวว่าเราอยากเที่ยวฮ่องกงมาก ๆ ไปสั้น ๆ ก็ยังดี
เราก็เลยตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินพร้อมโรงแรมรวมประกันการเดินทางผ่าน Trip.com ในวันนั้นเลย โดยจองล่วงหน้าประมาณ 3 วันได้ สิริรวมค่าตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักอยู่ที่ 8,055 บาท ที่เราใช้แอพนี้เพราะว่าตอนนั้นรู้สึกว่าราคาอาจจะดีกว่าแอพอื่น (มั้ง)

ด้วยความที่ว่าเราเดินทางไปต่างประเทศคนเดียวครั้งแรก ถึงแม้ว่าหนังสือเดินทางเราจะไม่ขาวแล้ว (ก่อนหน้าเราเคยไปสิงคโปร์ในเล่มปัจจุบันและกวางโจวในเล่มเก่า) แต่เราก็ยังกังวลอยู่ดี เพราะว่าเราเห็นใน TikTok ที่เขาเล่ากันว่าจะมีตม. มายืนดูเราตั้งแต่หน้าเกท จะมีบางคนโดนดึงไปห้องเย็นตั้งแต่ตอนนั้นเลย
เราเลยปริ้นเอกสารทุกอย่าง เช่น ตั๋วเครื่องบินไปกลับ หลักฐานการจองที่พัก แพลนเที่ยว ถึงแม้ว่าเราจะเปิดโทรศัพท์ให้เขาดูได้ แต่เราก็ยังมีความกังวลเล็ก ๆ อยู่ดี เช่น อินเตอร์เน็ตใช้ไม่ได้ ต่าง ๆ นานา จิตตัง
ก่อนที่เราจะบินไปไหนก็ตาม เราก็ต้องแลกเงินใช่ไหม เราไปแลกที่ Turtle SuperRich สาขา BTS อโศก เราแลกมาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ถ้าตีเป็นเงินไทย ณ ตอนนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 4,400 บาท (1 ดอลลาร์ฮ่องกง = 4.4 บาทไทย ณ เดือนเมษายน 2025)
วันที่ 1
ขาไปเรานั่ง Thai Lion Air เที่ยวบิน SL360 ออกจากสนามบินดอนเมือง 9:20 น. ถึงที่สนามบินฮ่องกง 13:05 น. แต่วันนั้นฟ้าฝนเป็นใจอะไรไม่รู้ อยู่ดี ๆ ตอนประมาณ 8 โมงครึ่ง ฟ้ามืด ฝนตกครับ สรุปว่าเราออกจากดอนเมืองดีเลย์ไปประมาณ 1 ชั่วโมง เครื่องได้ออกจริงๆ ประมาณ 10 โมงกว่า ๆ แล้วถึงที่ฮ่องกงตอนประมาณบ่าย 2 โมง
ตอนที่เราเช็คอินหน้าเคาน์เตอร์ พนักงานถามว่า ไปฮ่องกงนี่ ไปแก้บนหรอ เราตอบว่าไม่ครับ พนักงานเลยถามเราต่อว่า กำลังจะไปบนใช่ไหม เราก็ตอบว่าไม่ใช่เช่นกัน 55555555 ด้วยความที่เราเดินทางคนเดียว พนักงานจึงเสนอให้เราว่า นั่งทางออกฉุกเฉินไหม ได้ Legroom เพิ่มขึ้น ด้วยความที่ว่าเราไม่ติดขัดอะไร จึงรับข้อเสนอนี้ เลยได้เป็นที่นั่งทางออกฉุกเฉินริมทางเดิน
ในตอนที่ขึ้นเครื่องบินไป เครื่องก็เทคออฟปกติ ในระหว่างบินไปฮ่องกง ด้วยความที่ตอนนั้นเป็นตอนเที่ยงพอดี แดดเลยจัดจ้านมาก เราพยายามนอนแล้ว แต่นอนไม่หลับเลย รู้สึกว่านอนไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่แดดจัดจ้านขนาดนี้ พี่คนที่นั่งริมหน้าต่างก็ยังไม่ปิดม่านหน้าต่างลงมา เราภาวนาให้ถึงฮ่องกงเร็ว ๆ มาก เรารู้สึกว่าเรานั่งไม่ติดเบาะเลย ลุกไปเข้าห้องน้ำ 3 รอบ
ผ่านไปประมาณเกือบ ๆ 3 ชั่วโมง เวลาประมาณบ่าย 2 โมง เราก็แลนด์กันที่ฮ่องกง ได้ลงเป็น Bus Gate สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้หลังลงจากเครื่องคือ แดดเมืองฮ่องกงแผดเผาหน้าและหลังเราแบบมาก ๆ เหมือนคนอยู่เมืองหนาว ไม่เคยไปเมืองร้อน แล้วมาเจอเมืองร้อนครั้งแรก เรารู้สึกแบบนั้นเลย
ในตอนที่เราเดินเข้า Terminal เราเจอพี่ตม. มายืนตั้งแต่ทางเข้าเหมือนที่เขาว่ากันไว้ใน TikTok เลย เราก็ไม่ได้อะไร เดินไป มองซ้าย มองขวาไปตามประสาคนมองไปเรื่อย ก็มีตม. ยืนอยู่ตามทางประปราย พอถึงด่านตม. ขาเข้า เราก็หาเอกสารว่ายังอยู่กับเราไหมเผื่อเขาขอ อย่างที่เราบอกตั้งแต่แรกว่าพาสเราไม่ขาว แต่ก็กังวล เพราะว่าเราเดินทางคนเดียวครั้งแรก เราก็กังวลมาก ๆ ว่ากูจะโดนถามเยอะไหม สรุปพี่แกถามแค่ว่า
ตม. : มาฮ่องกงคนเดียวหรอ
เรา : ใช่ครับ
ตม. : มากี่วันเนี่ย
เรา : 2 วันครับ
ตม. : มาฮ่องกงครั้งแรกใช่ไหม
เรา : ใช่ครับ
ตม. : (ปริ้นใบ Landing Slip แนบในหนังสือเดินทางเรา ปิดหนังสือ แล้วยื่นให้เรา) Welcome to Hong Kong.
เรา : (แค่นี้เองหรอ)
แค่นั้นจริง ๆ ครับ ตม. ที่ฮ่องกงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด (หรือว่าเราอาจจะโชคดีก็ได้)
เมื่อเราออกมาจากตม. ในขณะที่เรากำลังเดินออกไปหน้าสนามบิน เราเจอเคาน์เตอร์ขายบัตร Octopus พอดี เราเลยแวะซื้อ ถ้าเราจำไม่ผิดว่าน่าจะต้องจ่าย 300 เหรียญ โดยที่ 50 เหรียญเป็นเงินมัดจำและ 250 เหรียญไว้ให้ใช้จ่าย
ในการเข้าไปในตัวเมืองฮ่องกงนั้น มีกันด้วยหลากหลายทาง จะนั่งรถไฟฟ้าสนามบินเข้าตัวเมือง นั่งแท็กซี่หรือนั่งรถเมล์ เราเลือกเป็นการนั่งรถเมล์แทน เพราะว่ามันถูกและเราไม่ได้รีบด้วย เรานั่งรถเมล์สาย A21 ปลายทางจอดที่สถานี MTR Hung Hum แต่ระหว่างทางจะผ่านย่าน Tsim Tsa Tsui ด้วย
วิวระหว่างทางเรียกว่าสวยเอาเรื่องเลย เห็นเรือสินค้า ท่าเรือ มหาสมุทร สวยแบบสวยมากกกกก